สิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของมื้อนี้ คือจานที่เราชอบที่สุดกลับเป็น “ทุเรียน” ทั้งที่ปกติไม่ทานทุเรียนเลย แต่ Tandoori Story ที่นำทุเรียนหมอนทองจากจันทบุรีมาย่างในเตาทันดูร์ กลับทำออกมาได้ลงตัวจนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของทั้งคอร์ส
คอร์สเริ่มด้วย Chaat ที่รวม Aloo, Anar, Tuna Bhel และ Puchka ก่อนต่อด้วย Chakna ที่มีทั้ง Crayfish & Vanilla, Fish Floss & Rasam และ Lamb Tartare ซึ่งช่วยเปิดมื้อให้เห็นความสนุกของ texture และรสเครื่องเทศแบบร่วมสมัย
ช่วง Nani aur Dadi เป็นอีกบทที่มีรายละเอียดน่าจดจำ ทั้ง Cauliflower Paratha, Homemade Butter 3 Styles และ Crystal Caviar ก่อนเข้าสู่ Atte Ki Khichdi ที่ใช้โฮลวีตปั้นมือทีละเม็ด เสิร์ฟพร้อมซุปและเครื่องเคียง
ในช่วง Curry & Kebabs มี Summer Curry จากปูม้าสุราษฎร์ธานี, Morel, Malai & Indian Cheese, Beef Kebab และข้าวสุรินทร์ เป็นช่วงที่เล่าเรื่องวัตถุดิบไทยกับเทคนิคอินเดียได้ชัดมาก
Tandoori Story คือ chapter ที่ทำให้มื้อนี้จำได้ยาวนาน โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองย่างเตาทันดูร์ที่เสิร์ฟพร้อมโรตีและเครื่องเคียง รสชาติออกมาสมดุลและแปลกใหม่โดยไม่รู้สึกหนักจนเกินไป
ปิดท้ายด้วย Desserts อย่าง Malai Toast, Ice Cream Tadka, Rasmalai, Honey Tasting จากน้ำผึ้งกว่า 8 ชนิดทั่วประเทศไทย และ Miang Kham x Paan ที่ยังคงรักษาความสนุกในการเล่าเรื่องจนถึงคำสุดท้าย
สิ่งที่ชอบของ Gaa คือทุกจานมีเรื่องราว มีรายละเอียด และมีความสนุกในการนำเสนอ ขณะเดียวกันรสชาติก็ยังเข้าถึงง่าย ทำให้ทั้งคนที่คุ้นเคยกับอาหารอินเดียอยู่แล้ว หรือคนที่เพิ่งเริ่มเปิดใจให้กับอาหารอินเดีย สามารถสนุกไปกับมื้อนี้ได้ไม่ยาก